Categories
ดูแลผิวพรรณ

วิธีรักษาสิว

วิธีรักษาสิว และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิวอาการ สาเหตุ และ การดูแลรักษา

สิว เป็นโรคผิวหนังที่พบมากที่สุด มักจะเริ่มต้นเกิดขึ้นในวัยรุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและอาจยังคงมีอยู่จนกระทั่งถึงวัยผู้ใหญ่  ประมาณ 80-90% ของวัยรุ่นมักมีปัญหาสิว และ 20-30% ของคนเหล่านี้ต้องการการดูแลรักษาทางการแพทย์ เพื่อปรึกษาถึงแนวทางการรักษาสิว นอกจากนี้ยังมีอุบัติการณ์การเกิดสิวที่เพิ่มมากขึ้นในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีปัญหาสิวในช่วงวัยที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุการเกิดสิว การใช้ผลิตภัณฑ์ วิธีรักษาสิว  และแนวทางวิธีรักษาสิวกัน

วิธีรักษาสิว สิวคืออะไร?

คนที่มีปัญหาสิว มักมีปัญหาผิวมัน และเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวอุดตันชนิดหัวเปิดและชนิดหัวปิด  (สิวหัวดำและสิวหัวขาว) มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้าและลำคอ, ไหล่, หน้าอกและบริเวนแผ่นหลัง   สำหรับสิวที่รุนแรงปานกลางและรุนแรงมากนั้น สิวจะเริ่มมีอาการบวมแดง อักเสบและพัฒนาเป็นหัวหนองต่อไป  การที่มีผิวมีปัญหาเรื่องสิวนั้น ทำให้เกิดการวิตกกังวล ก่อความรำคาญ และยังนำไปสู่การเกิดรอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation;PIH) และ / หรือ รอยแผลเป็นในระยะยาวได้อีกด้วย

รูปภาพสิว

การเกิดรอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation;PIH) เป็นการที่ผิวหนังเปลี่ยนสีไป เพราะเป็นผลจากการเกิดการอักเสบของผิวหนัง เช่น การเกิดสิว , โรคผิวหนังอักเสบ เป็นต้น โดยเฉพาะคนที่มีสีผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดสูง. รอยดำ รอยแดงสิวหลังการอักเสบนี้ จะค่อยๆจางลงได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่การรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันก็มีวิธีรักษาสิวที่สามารถช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นได้ซึ่ง วิธีการรักษาสิวแต่ละประเภทนั้นมีความต่างกัน รวมถึงสภาพผิวหนังของแต่ละคนอีกด้วย 

สาเหตุสำคัญ 4 ประการที่นำไปสู่การก่อตัวของสิว:

รูปภาพของ น้ำมันส่วนเกิน

น้ำมันส่วนเกิน

รูปภาพการอุดตันของรูขุมขน

การอุดตันรูขุมขน

รูปภาพของแบคทีเรีย

การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

รูปภาพการอักเสบของผิว

การอักเสบของผิว

1. Seborrhea 
 คือการผลิตน้ำมันในผิวมากเกินไป  ในทางสรีรวิทยาต่อมไขมัน จะผลิตน้ำมันเพื่อการหล่อลื่นผิวหนัง มีหลายปัจจัยที่สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันได้ เช่น ฮอร์โมน สภาพอากาศ ยาบางชนิด พันธุกรรม เป็นต้น

การรบกวนการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน อาจกระตุ้นให้เกิด โรคผื่นผิวหนังอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ได้ คือ ผิวหนังมีการอักเสบ ลอกเป็นขุย หรือแผ่น สีขาว/ เหลือง บริเวณที่ผิวมัน เช่น บริเวณหนังศีรษะ หรือ ผิวบริเวณข้างในหู เป็นต้น  อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคผื่นผิวหนังอักเสบ  (Seborrheic Dermatitis)

2. Hyperkeratosis
คือ การที่ผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) เกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติ เนื่องจากเกิดการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันท่อต่อมไขมัน และส่งผลรบกวนการไหลของน้ำมันออกมานอกผิวหนัง 

เมื่อต่อมไขมัน สร้างน้ำมันออกมาในปริมาณมาก ประกอบกับการที่ผิวหนังชั้นนอกสุด(Stratum corneum) เกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติ จึงทำให้เกิดการอุดตันขึ้นในรูขุมขน ซึ่งจะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวปิด (สิวหัวขาว) หรือ ถ้าการอุดตันเกิดขึ้นใกล้กับปากรูขุมขน ก็จะเกิดสิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) ขึ้นมา

3. Microbial colonization
 คือแบคทีเรียที่เจริญเติบโตอยู่บริเวณรูขุมขน (propionibacteria) เป็นสาเหตุให้สิวอุดตัน เกิดการอักเสบ บวมแดง หรือเป็นหัวหนองขึ้นมา

4. Inflammation 
 คือกระบวนการอักเสบของร่างกาย ทำให้เกิดสิวบวมแดงและอักเสบขึ้น ในกรณีที่เป็น Severe acne การอักเสบจะขยายและลึกลงไปในบริเวณเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียงมากขึ้น

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ก่อให้เกิดสิว

Hormones ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดสิวในเด็กวัยรุ่น (แม้ว่าคนทุกเพศทุกวัยจะมีปัญหาสิว) การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจนในทั้งเด็กชายและเด็กหญิงในช่วงวัยรุ่น ส่งผลให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าความต้องการของผิว 
นอกจากนี้ ปริมาณฮอร์โมนในระบบไหลเวียนเลือด ยังเป็นปัจจัยให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังไวต่อการเกิดสิวอีกด้วย 

ส่วนใหญ่แล้วสิวจะหายได้เองหลังจากผ่านช่วงวัยรุ่นไปแล้ว อย่างไรก็ตามวิธีรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลสิว

ต่อมไขมันมักไวต่อการกระตุ้นโดยฮอร์โมน ดังนั้นสิวในวัยผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในผู้หญิงมักสัมพันธ์กับฮอร์โมน เช่น โรคถุงน้ำในรังไข่ (polycystic ovary syndrome) เป็นต้น นอกจากนี้ความเครียดอาจจะทำให้เกิดสิวในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่อีกด้วย

Bacteria ในคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย การที่ต่อมไขมันสร้างน้ำมันออกมามากเกินจะทำให้ เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แบคทีเรีย (P.acne) เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และเป็นหัวหนอง

บางคนเชื่อว่าสิวเกิดจากการไม่รักษาความสะอาด หรือไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง ในทางตรงกันข้าม การทำความสะอาดผิวมากเกินไป หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และเกิดสิวได้มากกว่า ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจวิธีรักษาสิว ให้ถูกวิธี และควรรู้จักสภาพผิวของตัวเอง ก็จะช่วยลดการเกิดสิวได้ 

วิธีรักษาสิว

สิวอาจทำให้เกิดความเครียด ดังนั้นจึงควรขอคำแนะนำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังตั้งแต่ระยะแรกของการเกิดสิว

วิธีรักษาสิว

โดยปกติแล้วเชื้อที่ก่อให้เกิดสิว (Propionibacterium acnes) ไม่เป็นอันตราย แต่จะสามารถเจริญเติบโดแบ่งตัวได้มากเป็นทวีคูณ เมื่อมีการผลิตน้ำมันมากเกินไป

Genes

 กรรมพันธุ์มีผลต่อการเกิดสิวด้วยเช่นกัน ถ้าพ่อแม่มีประวัติมีปัญหาสิวในช่วงวัยรุ่น ลูกในวัยรุ่นก็มีโอกาสที่จะปัญหาด้วยเช่นกัน

ในทำนองเดียวกันถ้าคนใดคนหนึ่งหรือทั้งพ่อและแม่มีปัญหาสิวในวัยผู้ใหญ่ ลูกก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นสิวในวัยผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน
วิธีรักษาสิว

ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาประจำตัวที่คุณใช้อยู่ทุกครั้ง เมื่อคุณไปปรึกษา หรือรักษา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

Medication ยาบางอย่างเช่น สเตียรอยด์และลิเธียม มีรายงานว่าทำให้เกิดสิวได้ในบางคน 

มีหลายคนมักกล่าวว่า คนที่ผิวมีปัญหาสิวเกิดจากการที่สกปรก การมีสุขอนามัยที่ไม่ดี หรือการขาดสารอาหาร ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ผิด ทำให้คนที่เป็นสิวเกิดความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งแพทย์ผิวหนังและบุคลากรทางการแพทย์ มีความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะไม่เชื่อตามคำพูดเหล่านั้น

ปัจจัยอื่นๆที่กระตุ้นให้เกิดสิว

ปัจจัยบางอย่างไม่ใช่สาเหตุโดยตรงในการเกิดสิว แต่สามารถกระตุ้นให้อาการของสิวแย่ลงได้ ;

  • อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง (น้ำตาลและแป้ง)
  • การบริโภคนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมากเกินไป (ยกเว้นชีส)
  • การสูบบุหรี่
  • เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้
  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  • วิธีรักษาสิว ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง
รูปภาพผู้หญิงกิน ชอคโกแลต

การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงสามารถทำให้อาการของสิวแย่ลงได้

วิธีรักษาสิว ควรเริ่มต้นจากการเริ่มรักษาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนังตั้งแต่ระยะแรกที่เริ่มเป็นสิว เพราะจะได้รับคำแนะนำเรื่องวิธีรักษาสิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา จะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันการเกิดสิวในระดับรุนแรงได้

ข้อพึงปฏิบัติสำหรับคนเป็นสิว:

  • ควรใช้น้ำอุ่น (ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป เพราะจะทำให้สิวรุนแรงขึ้น) และผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสม 
  • ไม่ควรบีบสิว หรือแกะสิว เองควรปล่อยให้สิวยุบหรือหายเองตามธรรมชาติ
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
  • เลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน
  • ให้ใช้เช็ดหรือล้างเครื่องสำอางออกทุกวัน
  • หาวิธีรักษาสิว ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนัง และประเภทสิวของตัวเอง
วิธีรักษาสิว

สนับสนุนโดย : EPICWIN , EPIC WIN , Joker , PGSLOT , PG SLOT

Categories
ดูแลผิวพรรณ

กำจัดขนคุด

วิธี กำจัดขนคุด เผยขาเนียนสวย ไร้ขนกวนใจ

กำจัดขนคุด

ชีวิตประจำวันของ ผู้หญิง ๆ คงหนีไม่พ้น การโกนขนขา เพื่อให้ผิวสวยเรียบเนียน น่าสัมผัส แต่ทำไม? กลับมีตุ่มนูนคล้ายสิว ขึ้นมาซะอย่างงั้น! ตุ่มสีแดงที่ขึ้นมานั้นมันคือ “ขนคุด” ตัวการร้าย ทำร้ายผิวเสีย ขาลายจนดูไม่ได้ ทำยังไงดี? ไม่ต้องตกใจไปค่ะสาว ๆ เราจะมาไขข้อสงสัย ในเรื่องของขนคุดให้คุณสาว ๆ ได้ทราบกันว่า “ขนคุด” เกิดขึ้นได้อย่างไร? และวิธีในการ กำจัดขนคุด ให้สิ้นซากมาฝากกัน!

ขนคุด  (Keratosis Pilaris) เกิดขึ้นได้อย่างไร?

“ขนคุด” เป็นภาวะทางผิวหนัง ที่เกิดการอุดตัน บริเวณรูขุมขน มักพบว่ามีผิวแห้ง และเป็นตุ่มนูน ที่รูขุมขน เวลาลูบไปที่บริเวณดังกล่าว จะให้ความรู้สึกสาก ๆ โดยมักเกิดขึ้น บริเวณแขนส่วนบน ต้นขา และแก้ม ปกติจะไม่ทำให้รู้สึกคัน หรือเจ็บ ส่วนใหญ่พบว่าขนคุด มักเกิดจากการแว๊กซ์ขน และการโกนขน เพราะจะทำให้ขนนั้น ขาดกลางอยู่ในชั้นผิว ส่งผลให้ขนติดค้าง อยู่ในรูขุมขน จนเกิดเป็นขนคุดขึ้นในที่สุด!

อาการของขนคุด กำจัดขนคุด

ขนคุดสามารถเกิดขึ้นได้ กับคนทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในเด็กเล็ก ซึ่งทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • มีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นตามผิวหนัง
  • มักเกิดขึ้นที่แขนส่วนบน ต้นขา แก้มหรือก้น และจะไม่ทำให้เกิดอาการคันและเจ็บ
  • บริเวณผิวหนังที่เป็นตุ่มจะมีผิวที่แห้งและหยาบกร้าน
  • เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อมีความชื้นในอากาศน้อย มักจะทำให้อาการแย่ลงหรือผิวบริเวณที่เป็นขนคุดแห้งกว่าเดิม
  • เมื่อลูบที่ผิวหนังจะทำให้รู้สึกคล้ายกระดาษทราย

เมื่อไรที่ควรพบแพทย์?

โดยปกติ อาจไม่มีความจำเป็น ต้องไปพบแพทย์ แต่หากอาการที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ หรือเกิดความวิตกกังวล กับรูปลักษณ์ ผู้ป่วยสามารถไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อขอคำปรึกษาเพื่อหาทางแก้ไขได้

“ขนคุด” รักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

ปกติแล้ว เมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ขนคุดจะค่อย ๆ หายไปเอง และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ เพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลรักษาผิว เพื่อทำให้บริเวณที่เป็นขนคุด มีอาการดีขึ้นได้ แต่หากใช้แล้ว อาการไม่ดีขึ้น มาลองวิธีตามนี้กันได้เลยค่ะ

หมั่นสครับผิว

การสครับผิว ก็เป็นอีกวิธีปรนนิบัติผิว ที่ช่วยกำจัดขนคุดได้ โดยการใช้สมุนไพร เกลือ หรือเวชสำอางทั่วไป เพื่อผลัดเซลล์ผิวชั้นบนให้บางลง ทำให้ขนงอกออกมาจากรูขุมขน ได้อย่างปกติ แต่การสครับผิวมากเกินไป ก็เป็นการทำร้ายผิวในทางอ้อม เพราะผิวจะบางลง ส่งผลให้เมื่อต้องสัมผัสแสงแดด อาจทำให้ผิวคล้ำเสียขึ้นได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ใช้ครีมยาช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่า

ใช้ครีมยา ที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟา ไฮดรอกซี กรดแลคติก กรดซาลิไซลิก หรือยูเรีย ซึ่งนอกจากครีม ที่มีส่วนผสมเหล่านี้ จะช่วยผลัด และกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปแล้ว ยังช่วยกำจัดขนคุด และลดโอกาสเกิดขนคุดซ้ำ ๆ ได้ พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้าน มีความนุ่มนวลขึ้นอีกด้วย

หลีกเลี่ยงการถอน การขัดถูแรง ๆ และการแว็กซ์ขน

เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อาจส่งผลให้ขนคุดเกิดการอักเสบขึ้นได้ รวมถึงการแว็กซ์ขน ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และหลังการแว็กซ์ขน ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อฟื้นคืนความชุ่นชื้นให้กับผิว ลดการระคายเคืองของขนคุดลงได้

ภาวะแทรกซ้อนของขนคุด

ขนคุดไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย แต่อาจทำให้เกิดความรำคาญและความวิตกกังวลกับรูปลักษณ์  นอกจากนั้น พบว่าผู้ที่มีอาการขนคุดมักจะมีโรคหรือภาวะทางผิวหนังอื่น ๆ ด้วย เช่น ผิวหนังอักเสบออกผื่นหรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รวมไปถึงผู้ที่มีสภาพผิวแห้งก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขนคุดได้มากขึ้น

การป้องกันขนคุด

แม้ไม่สามารถป้องกันการเกิดขนคุดได้ แต่สามารถทำให้อาการหรือรูปลักษณ์ดีขึ้นได้ ด้วยการดูแลผิวไม่ให้แห้งและมีความชุ่มชื้น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ไม่ควรเกาบริเวณตุ่มรูขุมขนหรือขัดถูผิวหนังบริเวณที่เป็นขนคุดรุนแรงเกินไป
  • เวลาอาบน้ำควรใช้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป และเมื่อต้องอาบน้ำ แช่น้ำ หรือว่ายน้ำ ควรจำกัดเวลาอยู่ในน้ำไม่ให้นานจนเกินไป ประมาณ 10 นาที หรือน้อยกว่า เพราะเมื่ออาบน้ำร้อนหรืออยู่ในน้ำเป็นเวลานานจะทำให้ไขมันที่ผิวหนังถูกกำจัดไปและทำให้ผิวแห้ง
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่อาบน้ำที่ทำให้ผิวแห้ง โดยสามารถกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วด้วยผ้าขนหนูหรือฟองน้ำที่ใช้ขัดตัวแทน
  • ใช้ครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นประจำ โดยหลังจากอาบน้ำในขณะที่ผิวกำลังหมาด ๆ สามารถใช้ครีมหรือโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ซึ่งอาจมีส่วนผสม เช่น ลาโนลิน (Lanolin) ปิโตรเลียม เจลลี่ (Petroleum Jelly) หรือกลีเซอรีน (Glycerine)
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่คับหรือเข้ารูปจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการเสียดสีที่ผิวหนัง

สนับสนุนโดย : EPICWIN , EPIC WIN , Joker , PGSLOT , PG SLOT

Categories
ดูแลผิวพรรณ

รักษาสิวอุดตัน

7 สูตรรักษาสิวอุดตัน สิวหายพลันได้เร็วไว

สูตรมะนาว รักษาสิวอุดตัน ทั้ง 7 สูตรจากธรรมชาติที่ทำได้เองง่าย ๆ ช่วยลดและรักษาอาการอุดตันของสิวได้อย่างเร็วไว

มะนาวรักษาสิวอุดตัน

          สิวอุดตัน เป็นสิวที่มองดูเผิน ๆ แล้ว ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ว่าถ้าใช้มือสัมผัสบริเวณหน้าจะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าไม่เรียบเนียน ขรุขระ เป็นตุ่มเป็นเนิน สร้างความรำคาญให้กับสาว ๆ เป็นอย่างมาก มีทั้งสิวอุดตันที่เป็นสิวหัวดำ  (สิวอุดตันหัวเปิด) และสิวหัวขาว (สิวอุดตันหัวปิด) ซึ่งเกิดขึ้นจากการอุดตันของสิ่งสกปรกและไขมันส่วนเกินตามรูขุมขน หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ รูขุมขนก็จะยิ่งอุดตันขึ้นเรื่อย ๆ และอาจกลายเป็นสิวอักเสบได้ และหากไม่รักษาให้ดี ใบหน้าสวย ๆ ของสาว ๆ ก็อาจจะกลายเป็นหลุมเป็นบ่อเอาได้นะคะ ซึ่งวิธีรักษาสิวอุดตันที่ปลอดภัยและทำได้ง่าย ๆ ก็คือวิธีรักษาแบบธรรมชาติ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอแนะนำวิธีรักษาสิวอุดตันด้วยวิธีธรรมชาติที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายมาก ๆ อย่าง “มะนาว” มาฝากให้สาว ๆ ลองทำตามดูค่ะ         
          มะนาว อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารอาหารที่ดีสำหรับผิว ที่ช่วยบำรุงผิวและฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้คงความเนียนนุ่มอ่อนเยาว์ แถมยังมีกรด AHA (Alpha Hydroxy Acid) ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ช่วยลดสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้า อีกทั้งน้ำมะนาวยังช่วยลดความมันและคืนความเปล่งปลั่งสดใสให้กับผิวได้เป็นอย่างดี สาว ๆ หลายคนจึงนิยมใช้สูตรความงามจากมะนาวเพื่อความสวยความงามกันมาก ซึ่งหากสาว ๆ คนไหนที่มีผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย ก็อาจเกิดอาการแพ้หรือทนฤทธิ์กัดกร่อนของน้ำมะนาวไม่ไหว ทางที่ดีควรทดสอบผิวด้วยการทาน้ำมะนาวที่แก้มเล็กน้อย หากเกิดอาการแพ้ก็ควรหยุดทันทีค่ะ แต่สำหรับสาวคนไหนที่ไม่มีอาการแพ้ รีบไปเตรียมมะนาวให้พร้อม แล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่าวิธีรักษาสิวอุดตันด้วยมะนาวนั้น จะมีวิธีใดบ้าง

1. รักษาสิวอุดตัน น้ำมะนาว

          วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและเบสิกสุด ๆ แค่คั้นน้ำมะนาวออกมาพักใส่ถ้วยไว้ ชุบด้วยคอตตอนบัด และนำไปแต้มบริเวณสิวอุดตัน ทิ้งไว้ให้แห้งเอง จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ทำซ้ำ 2-3 ครั้งต่อวัน ในน้ำมะนาวอุดมไปด้วยกรด AHA (Alpha Hydroxy Acid) ที่จะไปช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวในบริเวณนั้น และช่วยขับให้สิวอุดตันออกมาได้เร็วขึ้น

มะนาว รักษาสิวอุดตัน

2. รักษาสิวอุดตัน น้ำมะนาวกับน้ำผึ้ง

          ในน้ำผึ้งประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สารฆ่าเชื้อ และสารยับยั้งแบคทีเรียที่ช่วยกำจัดสิวอุดตัน แถมยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่มและรูขุมขนกระชับ เมื่อมาผสมกับมะนาวที่อุดมไปด้วยวิตามินซีแล้ว ยิ่งทำให้สูตรนี้ดีเริดสุด ๆ เพียงนำน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง จะช่วยกำจัดสิวอุดตัน สิวเสี้ยน และยังช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มกระจ่างใสด้วยค่ะ

มะนาว รักษาสิวอุดตัน

3. น้ำมะนาวกับนมสด

          สรรพคุณของน้ำมะนาวและนมสดนั้นช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ทั้งยังช่วยขจัดสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี เพียงใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมกับนม 1 ช้อนโต๊ะ EPIC WIN คนให้เข้ากัน และนำมาทาให้ทั่วหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที หรือจนกว่าจะแห้ง จากนั้นล้างออกให้สะอาด จะรู้สึกว่าผิวหน้าดูเรียบเนียน และสิวอุดตันลดลง

มะนาว รักษาสิวอุดตัน

4. น้ำมะนาวกับไข่ขาว

          นำไข่ขาว  1 ฟอง EPICWIN ผสมกับน้ำมะนาวครึ่งลูก และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง จากนั้นค่อย ๆ ลอกแผ่นมาสก์ออกเพื่อกำจัดสิวหัวดำ และสิวอุดตันต่าง ๆ แล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็นตบท้าย ทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ  2 ครั้ง รับรองว่าสิวอุดตันหายเกลี้ยงแน่นอน

มะนาว รักษาสิวอุดตัน

5. น้ำมะนาวกับผงอบเชย

          ในผงอบเชยประกอบไปด้วยสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อสิว PG SLOT สารต้านอนุมูลอิสระ และสารพิษต่าง ๆ เมื่อผสมกับมะนาวก็ให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพียงใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมกับผงอบเชย 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันและนำมาแต้มลงบนสิวอุดตัน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยลดไขมันส่วนเกิน และลดการอุดตันของสิวได้ดี

มะนาวรักษาสิวอุดตัน

6. น้ำมะนาวกับเบกกิ้งโซดา

          สูตรนี้เป็นสครับลดสิวอุดตันที่ดีมาก ๆ เพียงผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ เข้ากับน้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ ผสมจนเนื้อเข้ากัน แล้วจึงหยดน้ำมะนาวลงไปประมาณครึ่งลูก ก่อนทาให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน แล้วจึงนำครีมเบกกิ้งโซดาที่ทำไว้มาทาหน้า PGSLOT ค่อย ๆ ขัดนวดวนเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า สามารถทำซ้ำได้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง จะรู้สึกว่าสิวอุดตันลดลงค่ะ

มะนาว รักษาสิวอุดตัน

7. น้ำมะนาว ผสมกับน้ำผึ้ง โยเกิร์ต และเกลือ

          สูตรนี้อาจใช้ส่วนผสมค่อนข้างเยอะ แต่บอกเลยว่าแต่ละอย่างเด็ด ๆ ทั้งนั้นค่ะ เพียงแค่คั้นน้ำมะนาวให้ได้ 1 ถ้วย จากนั้นใส่น้ำผึ้ง โยเกิร์ต (ใช้นมแทนได้) และเกลือ จำนวนเท่า ๆ กัน ผสมให้เข้ากัน และนำมาทาบริเวณที่เป็นสิวอุดตัน ขัดวนเบา ๆ ประมาณ 3-5 นาที พักไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ลดอาการเกิดสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี

          การรักษาสิวอุดตันด้วยมะนาวทั้ง 7 วิธีนี้ หากทำติดต่อกันภายใน 2 สัปดาห์ สาว ๆ จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้อย่างชัดเจน สิวอุดตันและสิวเสี้ยนจะค่อย ๆ หายไป รอยสิวจะจางลง ผิวหน้าจะเรียบเนียน และขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ ^_^

บทความน่าสนใจ : ผู้หญิง | โดจิน | ดูหนัง | อาหาร | เกม | นิยาย | รีวิวหนังอ่านนิยาย |คอร์ดเพลง | คอร์ด |Joker

Categories
ดูแลผิวพรรณ

สูตรขัดผิวขาว 7 สูตร ขาวไว

สูตรขัดผิวขาว แนะนำ 7 สูตร

สูตรขัดผิวขาว จริงๆ แล้วนั้นวัตถุดิบ จากธรรมชาติ อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ที่จำเป็นต่อผิวพรรณ ดังนั้น นอกจากครีมบำรุงผิวแล้ว เราสามารถนำวัตถุดิบใกล้ตัว ที่เป็นประโยชน์ มาขัดผิวเพื่อสร้างความขาว ดูมีสุขภาพดีของผิวได้ ด้วยวัตถุดิบใกล้ตัว ด้วย 7 สูตรขัดผิวขาว ด้วยตัวเอง         

1. สูตรขัดผิวขาว เกลือขัดผิว

สูตรขัดผิวขาว

เกลือ ถือเป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์ สามารถนำมาผสม กับวัตถุดิบอื่น ๆ เพื่อทำให้ผิวพรรณ ดูมีสุขภาพดีได้ สูตรนี้จะใช้เกลือ + น้ำมันมะกอก + น้ำมะนาว เพื่อสร้างความขาวใส ให้กับผิว

ในน้ำมะนาวนั้นมี AHA และวิตามินซีเข้มข้น จะช่วยปรับเม็ดสีผิว ให้เสมอกัน และขาวอย่างเป็นธรรมชาติ น้ำมันมะกอก และเกลือ จะช่วยขจัดเซลล์ผิว ที่หลุดลอกออก ทำให้วิตามินในมะนาว ไปบำรุงผิวเกิดใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งน้ำมันมะกอก จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น มากขึ้นด้วย

2. ขัดผิวขาว มะขามเปียก       

สูตรขัดผิวขาว

สูตรเบสิก สำหรับการขัดผิวเลย สำหรับคนที่อยากมีผิวขาว แบบราคาประหยัด แนะนำสูตรนี้เลย ให้ใช้มะขามเปียก PGSLOT ผสมกับนมสด และน้ำผึ้งเล็กน้อย ผสมให้เข้ากัน เพื่อเป็นการขัดผิว และบำรุงไปในตัว ใช้ใย และเนื้อมะขามขัดผิวกาย และผิวหน้า พอกทิ้งไว้สัก 20 นาทีแล้วล้างออก วิตามินซีในมะขาม จะช่วยผลัดสีผิว ให้ขาวขึ้น นมสด และน้ำผึ้ง จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื่น

3. ขัดผิวขาว ขมิ้น

สูตรขัดผิวขาว

ขมิ้น เป็นสมุนไพรอีกชนิด ที่นิยมนำมาใช้ ในเรื่องของความงาม สำหรับสูตรขัดผิวสูตรนี้ จะใช้ขมิ้นสด นำมาขูด และบดให้ละเอียด ผสมกับนม เพื่อลดการระคายเคือง เติมน้ำผึ้งเล็กน้อย เพิ่มความชุ่มชื่น สารอาหารในขมิ้น จะช่วยปรับเม็ดสีเมลานิน ให้มีสีผิวเสมอกัน ทำให้ผิวขาวผ่อง ดูเป็นธรรมชาติมาก

4. ขัดผิวขาว เบกกิ้งโซดา      

สูตรขัดผิวขาว

แนะนำกันจากรุ่นสู่รุ่นเลยก็ว่าได้ สำหรับสูตรขัดผิวด้วยเบกกิ้งโซดา ให้นำมาผสมกับมะขามเปียก เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้หลุดออก เติมนมสดเพื่อสร้างความเนียนนุ่ม นำส่วนผสมทั้งหมด คนให้เข้ากันจนคล้าย ๆ เนื้อครีมแบบมีเกล็ดเล็ก ๆ นำมาขัดผิว เพื่อสร้างความขาวเนียน

5. ขัดผิวขาว นมผงเกลือและมะนาว

สูตรขัดผิวขาว

สูตรขัดผิวขาว พันทิปชื่อดังที่สาว ๆ นิยมนำมาใช้ ง่าย ๆ เลยให้นำนมผมมาผสมกับเกลือขัดผิว แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปผสมให้เข้ากัน สูตรนี้เน้นเรื่องความขาวใสแบบสุด ๆ ให้คนส่วนผสมให้เข้ากัน จนเป็นครีมหนืด ๆ แล้วนำมาขัดผิวทิ้งเอาไว้ 20 นาที แล้วล้างออก ผิวจะขาวใสขึ้น ดูมีสุขภาพดีสุดๆ

6. ขัดผิวขาว กากกาแฟผสมโยเกิร์ต

ขัดผิวขาว

เป็นสูตร ขัดผิวจากธรรมชาติด้วยกากกาแฟเรียกได้ว่ากำลังนิยมมากทีเดียวเพราะว่ากากกาแฟหาง่ายและมีแจกฟรีอยู่หลายที่ด้วย กากกาแฟนอกจากช่วยบำรุงผิวแล้วยังช่วยทำให้ผ่อนคลายด้วย สูตรนี้ให้นำมาผสมโยเกิร์ตเพื่อช่วยบำรุงให้ผิวขาวใสเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยสำหรับคนผิวแห้งเพื่อสร้างความชุ่มชื่น โยเกิร์ตจะช่วยให้ผิวขาว epicwin และเนียนนุ่ม ส่วนกากกาแฟ จะผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้หลุดออก จึงเป็นการขัดผิว และบำรุงไปในตัว 2 in 1 กันไปเลย

7. สูตรขัดผิวขาว ว่านนางคำ

ขัดผิวขาว

เป็นสูตรขัดผิว แบบสมุนไพรแท้ๆ ในว่านนางคำนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน ที่เป็นประโยชน์กับผิว จึงสามารถนำมาขัดผิวได้ เพื่อลดกระ ฝ้า จุดด่างดำ รวมถึงทำให้ผิวขาว กระจ่างใสมากขึ้น ให้นำผงว่านนางคำ มาผสมกับนมสด และน้ำผึ้ง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น หรือจะผสมกับโยเกิร์ต ก็ได้เช่นกันจะยิ่งเป็นการเติมคุณค่าสารอาหารผิวด้วย นำมาขัดพอกทิ้งไว้สกั 20 นาทีแล้วล้างออก ผิวจะขาว และผุดผ่องขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงตั้งครรภ์ขัดผิว ได้ไหม?

สำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อยู่ อาจจะมีปัญหาเรื่องของผิวที่เปลี่ยนไป นั่นเกิดจากฮอร์โมน มีการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เกิดผิวหมองคล้ำได้ ในบางราย ซึ่งการขัดผิว หรือนวดตัว ในช่วงที่ท้องนั้น ก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปได้ความเบามือ และหลีกเลี่ยงการขัดบริเวณท้อง ฝ่าเท้า เพราะจะไปกระตุ้นมดลูก ให้บีบรัดตวนั่นเอง ซึ่งอาจส่งผลต่อการแท้งลูกได้

แต่หากขัดผิวในบริเวณอื่นๆ ก็ยังสามารถทำได้อยู่ แต่ทั้งนี้สีผิวที่เปลี่ยนไปเกิดจากฮอร์โมนดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องขัดก็ได้ ไว้รอหลังคลอดขัดก็ยังไม่สายแต่ยังสามารถบำรุงผิวได้ตามปกติเพื่อลดความหยาบกร้านและสร้างความชุ่มชื่น

แต่หากว่าผิวหมองคล้ำและแห้งกร้าน ก็สามารถใช้สูตรขัดที่อ่อนโยน อย่างนมผง+น้ำผึ้ง+มะนาว ก็เหมาะสมเพราะจะสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิวได้มากทีเดียว

พร้อมกันหรือยังกับผิวขาวใสปิ๊งกับของเล็กๆน้อยๆ ที่หาได้จากในครัว สาวบ้านไหนมีวัตถุดิบพร้อมลงมือทำสวยให้ผิวขาวกันได้เลย

อ่านบทความน่าสนใจ : ผู้หญิง โดจิน ดูหนัง อาหาร เกม นิยาย คาสิโน รีวิวหนัง คอร์ดเพลง คอร์ด อ่านนิยาย PG SLOT